ท่องเที่ยวสิงคโปร

สถานที่ท้องเที่ยวใน สิงคโปร์

ย่านชุมชนต่างๆ

ชุมชนหลากเชื้อชาติ (Arab Street/ Kampong Glam)
ย่าน Kampong Glam ซึ่งได้ชื่อจากต้นแกลมที่เคยมีอยู่มากมายทั่วบริเวณนี้ ที่แห่งนี้เป็นแหล่งของเครื่องประดับพลอย เครื่องจักสาน เครื่องใช้ในการเดินทาง น้ำมันธรรมชาติ และน้ำหอมสารพัน น้ำมันที่สกัดจากต้นไม้ชนิดนี้สามารถใช้เป็นยารักษาโรคได้ และชาวบูกีสและชาวมาเลย์พื้นเมืองยังใช้เปลือกของมัน สำหรับอุดรอยรั่วบนเรือด้วย

ที่ย่าน Kampong Glam นี้ ไม่ควรพลาดสำหรับการเยี่ยมชม สุเหร่าสุลต่าน (Sultan Mosque) ซึ่งเป็นมัสยิดสำคัญที่สุดในเมืองนี้ สร้างขึ้นใน ค.ศ. 1928 และเป็นหนึ่งในสถาปัตยกรรมแบบมุสลิมที่ดีที่สุดบนเกาะนี้ และหากเริ่มหิวลองแวะชิมมะตะบะ (Murtabak) หรือพิซซ่าในแบบสิงคโปร์ตามร้านอาหารต่างๆ ที่ตั้งอยู่รอบมัสยิดเลียบถนน North Bridge

สำหรับมื้อที่ต้องการความหลากหลาย ลองชิม Nasi padang อาหารชุดที่ประกอบด้วยข้าวสวยเสิร์ฟพร้อมสำรับกับข้าวหลายชนิดเช่น rending (เนื้อแพะหรือเนื้อวัวคลุกเคล้าเครื่องเทศ) Sayor Lodeh (รวมมิดตรผักต้มกะทิ) หรือ Ika bakar (ปลาย่างเสิร์ฟพร้อมซอสซีอิ้วดำผสมหอมสับและพริกเขียว) ซึ่งลิ้มรสอาหารพื้นเมืองเหล่านี้ได้ที่ถนน Kandahar ซึ่งอยู่ใกล้ๆ Sultan Mosque
เวลาที่เหมาะสม : 10:30 – 17:30 น. ในวันจันทร์ถึงเสาร์ ร้านค้าปิดวันอาทิตย์ และในช่วงเที่ยงวันศุกร์
สถานีรถไฟใต้ดิน (MRT) ที่ใกล้สุด : Bugis (EW12)

ไชน่าทาวน์ (Chinatown)
เป็นแหล่งทำมาหากินเที่ยวเล่นแต่ดั้งเดิมของชาวจีน ที่อพยพมายังสิงคโปร์ ไชน่าทาวน์เป็นจุดที่คุณจะพบกับตลาดสด แม่บ้านจะมาจับจ่ายต่อราคาซื้อของสด หรือสัมผัสประสบการณ์ของการดื่มชาจีนพร้อมชมอุปรากรจีน สินค้าสำหรับช้อปปิ้งคงหนีไม่พ้นวัตถุโบราณของจีนหรือยาหม่องตราเสือ และบรรดาสมุนไพรหลากชนิดของชาวจีนที่วางขายอยู่ทั่วไป แหล่งท่องเที่ยวยังรวมถึงวัดจีนที่มีชื่อเสียงในละแวกใกล้เคียง หรือร่วมฟังพิธีสวดที่วัดศรีมาเรียมมัน (Sri Mariamman) ที่ตั้งอยู่ใจกลางไชน่าทาวน์
เวลาที่เหมาะสม : 10:00 – 18:-00 น. ทุกวัน
สถานีรถไฟใต้ดิน (MRT) ที่ใกล้สุด : Outram Park Station (EW16) แล้วเดินต่อไปอีกนิด

ลิตเติ้ล อินเดีย (Little India)
เป็นชุมชนแห่งสีสัน ที่ซึ่งแต่เดิมเป็นเพียงที่ลุ่มชื้นแฉะและเป็นทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ ชื่อถนนหนทางในละแวกนี้เป็นเครื่องยืนยันถึงประวัติศาตร์ของชุมชนนี้
ลิตเติ้ล อินเดีย ตั้งอยู่บริเวณถนน Serangoon หากเดินเข้าไปย่านนี้ อาจจะคิดว่าอยู่ในประเทศอินเดียก็เป็นไปได้ เหตุที่เป็นเช่นนี้ เพราะทุกย่างก้าวในเขตนี้ จะได้ยินเสียงเพลงแขกสาวทั้งโสดและไม่โสด ต่างพากันเดินอวดโฉมในชุดสาหรี่สีสด ขณะที่โสตประสาทก็รับกลิ่นธูปหอม เครื่องเทศ ต่างที่วางขายอยู่บริเวณสองข้างทาง นอกจากนี้ บริเวณลิตเติ้ล อินเดีย นี้ ยังมีสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ น่าสนใจอยู่มากมาย ซึ่งไม่ใช่มีแค่วัดฮินดูเท่านั้น แต่ยังมีศาลเจ้าและมัสยิด ที่มีชื่อเสียงตั้งอยู่ด้วย เหนือขึ้นไปบริเวณถนน Serangoon สามารถมองเห็นความยิ่งใหญ่ของวัด Sri Sreenivasa Perumal ได้แต่ไกล โดยวัดแห่งนี้ จะมีการแสดงการอวตารลงมาเกิดของพระวิษณุในชาติต่างๆ ที่แตกต่างกันออกไป ขณะเดียวกัน วัดดังกล่าวจะเป็นสถานที่ในการตั้งต้นจัดขบวนแห่เทศกาลไทยปุสัม (Thai-Pusam) ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เป็นงานที่ยิ่งใหญ่งานหนึ่งของ สิงคโปร์ โดยเดือนที่จัดงานจะขึ้นอยู่กับจันทรคติ โดยเทศกาลการแห่นี้ จะมีผู้ศรัทธานำเหล็กขนาดใหญ่ยาวทิ่มแทงลิ้นและแก้ม ทั้งสองข้าง พร้อมทั้งแบก Kavadis ซึ่งมีลักษณะคล้ายกรงนก ประดับตกแต่งด้วยลวดและขนนกยูง ซึ่งพิธีดังกล่าวมีขึ้นเพื่อแสดงความขอบคุณ หรือไม่ก็เพื่อวิงวอนขอบางสิ่งบางอย่างจากเทพมุรุกัน หรือเทพเจ้าผู้คุ้มครองผู้อ่อนเยาว์
ถ้าได้เดินผ่าน Little India Arcade และเลยต่อไปยัง Campbell Lane แวะชมการร้อยพวงมาลัยดอกมะลิด้วยเชือกกล้วย เลือกซื้อผงกระหรี่หรือเครื่องเทศ หรือนั่งรับประทานของว่างแบบมังสะวิรัติของอินเดีย ในร้านฟาสต์ฟูดอันทันสมัยสไตล์อินเดียที่ชื่อ Komalas สำหรับนักท่องเที่ยวใจกล้า ลองชิมอาหารแบบฉบับอินเดียตอนใต้ที่เสิร์ฟข้าวสวยและกับข้าวบนใบตอง และทานด้วยมือเปล่าได้ที่ภัตตาคาร Apolo Banna Leaf หรือ ภัตตาคาร Muthu’s Curry บนถนน Race Course
เวลาที่เหมาะสม : 10:00 – 19:00 น. ในวันธรรมดาตั้งแต่ช่วงบ่ายของวันหยุดสุดสัปดาห์ ที่นี่จะคลาคล่ำไปด้วยคนงานต่างชาติจำนวนมากที่มาจับจ่ายซื้อของ รับประทานอาหารหรือสังสรรค์
เดินทางไปอย่างไร : จากถนนออชาร์ด นั่งรถบัส SBS สาย bus 64, 65, หรือ 111 ไปยังถนน Serangoon

ธรรมชาติแห่งมวลไม้นานาชนิด และฝูงสัตว์นานาพันธ์
สวนนกจูร่ง (Jurong BirdPark)

เป็นสวนนกที่ใหญ่ที่สุดในภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จะได้พบกับจุดแวะชมที่พลาดไม่ได้นั่นคือ Waterfall Aviary ซึ่งมีน้ำตกที่มนุษย์สร้างขึ้นที่สูงที่สุดในโลก ตระหง่านอยู่ที่ความสูง 30 เมตรหรือจะเป็น Penguin Parade ที่นกเพนกวินมากมายอาศัยอยู่และเล่นสนุกสนานในสิ่งแวดล้อมที่เหมือนกับขั้วโลกใต้ อีกทั้ง Southeast Asian Bird Aviary ที่มีการจำลองพายุฝนฟ้าคะนองตอนเที่ยงวันทุกวัน และยังมีการแสดงของนกที่สร้างความบันเทิงอย่าง Fuji World of Hawks show & JBP All Stars Birdshow การแสดงนี้จะมีขึ้นหลังจากคุณได้ดื่มเครื่องดื่มชื่นใจที่ “Lodge on Flamingo Lake” แห่งใหม่แล้ว
เวลาเปิด : 08:00 – 18:00น. ทุกวัน
ค่าเข้าชม : SGD 10.30 (ผู้ใหญ่) และ SGD 4.12 (เด็ก)
การเดินทาง : ขึ้นรถไฟใต้ดิน (MRT) ลงที่สถานี Boon Lay Station (EW27) จากนั้นนั่งรถบัส SBS สาย 194 หรือ 251

ไนท์ซาฟารี (Night Safari)
สถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับรางวัลแห่งหนึ่งที่ไม่ควรพลาดคือ สวนสัตว์กลางคืนแห่งแรกของโลก เชิญชมชีวิตสัตว์ป่ากลางคืนโดยการนั่งรถรางเป็นเวลา 45 นาที หรือเดินในเส้นทางที่มีให้เลือกสามเส้นทางเพื่อชมสวนสัตว์ที่แบ่งเป็นแปดเขตภูมิศาสตร์ และในตอนกลางคืนที่อากาศเย็นสบาย ชมโชว์ “Creature of the Night” ซึ่งจะแสดงคืนละสองรอบ หรือเดินไปตามทาง Mangrove Walk ซึ่งเป็นที่อาศัยแบบเปิดตามธรรมชาติของค้างคาว ตามทางเดิน Leopard Trail แล้วปิดท้ายด้วยการแวะรับประทานของรองท้องที่ร้านอาหารสองแห่ง ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ทางเข้า หรือจะเลือกซื้อของที่ระลึกเกี่ยวกับสัตว์ได้ที่ร้านกิฟท์ช็อปใกล้เคียง
เวลาเปิด : 19:30น. ถึงเที่ยงคืนทุกวัน
ค่าเข้าชม : SGD 15.45 (ผู้ใหญ่) และ SGD 10.30 (เด็ก)
การเดินทาง : ขึ้นรถไฟใต้ดิน MRT และลงที่สถานี Choa Chu Kang Station (NS4) จากนั้นขึ้นรถบัส TIBS สาย 927 ไปยังสวนสัตว์ (Zoo) หรือลงสถานีรถไฟใต้ดิน MRT ที่ Mo Kio Station (NS16) จากนั่นนั่งรถบัส SBS สาย 138

สวนพฤกษศาตร์สิงคโปร์ (Singapore Botanic Gardens)
ต้องลองเดินเล่นในสวนสาธารณะที่เก่าแก่ที่สุดในสิงคโปร์ ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของอุตสาหกรรมยางพารา เมื่อเดินผ่านเขตป่าชั้นต้นจะได้ยินท่วงทำนองเพลงธรรมชาติจากจิ้งหรีดอยู่รอบๆ ตัว หรือสามารถชื่นชมความงามของกล้วยไม้ที่สวนกล้วยไม้แห่งชาติ (National Orchid Garden)
เวลาเปิด : 05:00น. ถึงเที่ยงคืน ทุกวัน (National Orchid Garden เปิดเวลา 08:30 – 19:00 น.)
ค่าเข้าชม : ไม่ต้องเสียค่าเข้าชม (สำหรับNational Orchid Garden ต้องเสียค่าเข้าชม SGD 2.00 สำหรับผู้ใหญ่ และ SGD 1.00 สำหรับเด็ก)
การเดินทาง : จากสถานีรถไฟใต้ดิน Orchard MRT Station (NS22) ตรงถนน Orchard Boulevard ให้นั่งรถบัส SBS สาย 7, 105, 106, 123 หรือ 174. 

สวนสาธารณะ Haw Par Villa Dragon World ตั้งอยู่บนถนน Pasir Panjang ในปี ค.ศ. 1990 สวนแห่งนี้ได้รับการปรับปรุงจนได้รับการกล่าวขานว่า เป็นสวนสาธารณะที่จัดแสดงเรื่องราวและตำนานของเทพเจ้าจีน ที่มีความก้าวล้ำทางเทคโนโลยีเป็นแห่งแรกของโลก บริเวณสวนแห่งนี้ มีสิ่งดึงดูดใจนักท่องเที่ยวที่หลากหลาย โดยส่วนใหญ่จะเป็นการแสดง กลางแจ้งในโรงมหรสพ ซึ่งจะเล่นตามตำนานโบราณจีน หรือไม่ก็แสดงเรื่อง”กำเนิดโลก” ที่สวนแห่งนี้ ยังมีรูปปั้น Laughing Buddha ที่ปัจจุบันกลายเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของ ประเทศ สิงคโปร์

สวนสัตว์สิงคโปร์ (Singapore Zoological Gardens)
สวนสัตว์เปิดแห่งนี้ซึ่งมีสรรพสัตว์ที่น่าสนใจให้ชม ได้ชื่อว่าเป็น “สวนสัตว์ที่สวยที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง” และจุดเด่นอย่างหนึ่งก็คือฝูงลิงอุรังอุตังที่ใหญ่ที่สุดในโลกจากเกาะบอร์เนียวและสุมาตรา และยังมี Fragile Forest ซึ่งเป็นส่วนแสดงเกี่ยวกับระบบนิเวศน์วิทยาและป่าฝนเขตร้อนที่ทั้งให้ความรู้และความตื่นเต้น และยังจะได้พบกับหมีขั้วโลกหรือฮิปโปอย่างใกล้ชิด เด็กๆ ก็จะสามารถสนุกสนานได้ที่ Children’s World และห้ามพลาดการแสดงของสัตว์ที่ได้รับความนิยมมากที่เวทีการแสดงของสวนสัตว์แห่งนี้
เวลาเปิด : 08:30 – 18:00น. ทุกวัน
ค่าเข้าชม : SGD 12.00 (ผู้ใหญ่) และ SGD 5.00 (เด็ก)
การเดินทาง : ลงรถไฟใต้ดิน MRT ที่สถานี Choa Chu Kang Station (NS4) แล้วต่อรถบัส TIBS สาย 927 ไปยังสวนสัตว์เลย หรือลงสถานี Ang Mo Kio Station (NS16) แล้วต่อรถบัส SBS สาย138

สถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ

เมอร์ไลออน (The Merlion)
ถือ เป็นสัญลักษณ์ทางการท่องเที่ยวของประเทศสิงคโปร์ โดยล่าสุดจากผลสำรวจ ของคณะกรรมการท่องเที่ยวของ ประเทศ สิงคโปร์ ได้สำรวจออกมาพบว่า มีนักท่องเที่ยวกว่า 1 ล้านคน ที่เดินทางเข้ามาในประเทศ สิงคโปร์ เพื่อเข้ามาชมชมรูปปั้นดังกล่าว เมอร์ไลออน ตั้งตระหง่านอยู่บริเวณ Park ใกล้ๆ กับโรงแรม One Fullerton รูปปั้น Merlion ที่มีอายุกว่า 30 ปีนี้ เดิมทีเดียว รูปปั้นดังกล่าวตั้งอยู่บริเวณปากแม่น้ำ สิงคโปร์ ในสวนสาธารณะ Merlion บริเวณสะพาน Esplanade เพิ่งจะได้รับการบูรณะและย้ายมาตั้งเด่นเป็นสง่าเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2002 นี้เอง โดยรูปปั้นครึ่งสิงโต ครึ่งปลานี้ หันหน้าออกไปยังอ่าวมาริน่า (Marina Bay) ที่มีทัศนียภาพที่สวยงาม เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวที่จะต้องมาเก็บภาพ และถ่ายภาพร่วมกับเจ้ารูปปั้นนี้ ในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวมากกว่า 1 ล้านคนเลยทีเดียวที่มาเยี่ยมชมสวนเมอร์ไลออน (Merlion Park) และถ่ายภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึก
การออกแบบ The Merlion นี้ถูกผสมผสานระหว่างความจริงกับตำนาน ซึ่งมีหัวเป็นสิงโตและลำตัวเป็นปลา กำลังโต้คลื่น มีความสูงประมาณ 8.6 เมตร น้ำหนัก 70 ตัน ทำมาจากซีเมนต์ สร้างขึ้นโดย นาย Lim Nang Seng ช่างแกะสลักที่มีชื่อเสียงใน ประเทศ สิงคโปร์ ส่วนหัวที่เป็นสิงโตนั้นเป็นสัญลักษณ์ของตำนานการค้นพบดินแดง “สิงคปุระ” ตามตำนานเล่าขานของชาวมาเลย์ ส่วนลำตัวที่เป็นปลาแสดงถึงการเริ่มต้นของสิงคโปร์ที่เต็มไปด้วยหมู่บ้านชาวประมง ในอดีต

โรงละคร เอสแปลเนด (Esplanade – Theatres on the bay)
เป็นโรงละครที่มีลักษณะเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ภายนอกนั้นถูกออกแบบมาให้คล้ายๆ กับเปลือกทุเรียน มีความสวยงามในทางสถาปัตยกรรมอย่างยิ่ง เอสแปลเนดตั้งอยู่ที่ Marina Bay ซึ่งเป็นทำเลที่ดีเยี่ยม ล้อมรอบด้วยโรงแรมระดับ world class ห้างร้านมากมาย รวมถึงภัตตาคารมากกว่า 300 แห่ง โรงละครแห่งนี้สร้างขึ้น เพื่อเป็นศูนย์กลางการแสดงทางศิลปะมากมายหลายประเภท
มีบริการพาเที่ยวชมภายในทุกวัน ในเวลา 11:00น. และ 14:00น. โดยใช้เวลาเที่ยวชมประมาณ 45 นาที ราคาต่อท่าน SGD 8 สามารถซื้อทัวร์ได้ที่ Esplanade Shop ชั้นหนึ่ง Esplanade Mall หรือ Information Counter หรือ Box Office
การเดินทาง : ลงรถไฟใต้ดิน MRT ที่สถานี City Hall เดินตามทางใต้ดิน City Link ไปอีก 10 นาที

โรงแรมแรฟเฟิลส์ (Raffles Hotel)
เป็นโรงแรมที่ใหญ่โตโอ่อ่า ซึ่งมีชื่อเสียงจากเสน่ห์และความสง่างามแห่งนี้ ได้รับการปรับปรุงให้เหมือนเมื่อครั้งยุคทศวรรษที่ 1920 ที่นี่เคยเป็นบ้านพักแห่งหนึ่งจากจำนวน 20 แห่งแรก ที่อยู่บนถนน Beach และเป็นโรงแรมที่เก่าแก่ที่สุดในสิงคโปร์ เคยให้การต้อนรับบุคคลที่มีชื่อเสียง และนักเขียนชื่อดังหลายท่าน ยังจะได้ชมประวัติของโรงแรม โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในพิพิธภัณฑ์ ซึ่งจัดแสดงของสะสมเกี่ยวกับโรงแรมตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง
นอกจากนี้ลองชิมบุฟเฟต์อาหารกลางวันที่ Tiffin Curry หรืออาหารค่ำที่ Tiffin Room และอาหารบุฟเฟ่ต์ Bar& Billard Room นอกจากนี้จิบคอกเทลได้ที่ Long Bar ที่ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของคอกเทล Singapore Sling เมื่อปี 2458
เคล็ดลับ : ถ้าคุณต้องการรับประทานอาหารค่ำที่ Raffles กรุณาจองที่นั่งไว้ล่วงหน้า พิพิธภัณฑ์ของโรงแรมแรฟเฟิลส์ เปิดให้ชมตั้งแต่ 10:00-19:00น.
การเดินทาง : ลงสถานีรถไฟใต้ดิน MRT ที่ City Hall Station (EW13/NS25) จากนั้นเดินไปตามถนน Beach Road

สิงคโปร์ ดิสคัฟเวอรี่ เซ็นเตอร์ (Singapore Discovery Centre)
ย้อนอดีตไปสู่ประวัติศาสตร์ของสิงคโปร์ และก้าวไปกับความล้ำหน้าทางเทคโนโลยี เพลิดเพลินไปกับสถานที่น่าสนใจในแบบตอบโต้สองทาง (Interactive) ที่พิเศษสุด็คือเกมส์เสมือนจริง และโรงหนัง iWERKS ซึ่งมีจอยักษ์ 3 มิติสูง 5 ชั้น นอกจากนี้ยังมีเกมส์ยิงต่อสู้ และเครื่องจำลองสภาพแวดล้อมการเคลื่อนไหว 6-DOF (Degree of Freedom) และอื่นๆ อีกมากมาย
เวลาเปิด : 9:00-19:00น. (วันอังคารถึงศุกร์) 9:00-20:00น. (วันหยุดสุดสัปดาห์และวันหยุดราชการ)
ค่าเข้าชม : SGD 9:00 (ผู้ใหญ่) และ SGD 5.00 (เด็ก)
หมายเหตุ : อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับบางส่วนของ Discovery Centre
การเดินทาง : ขึ้นรถไฟใต้ดิน MRT ลงที่สถานี Boon Lay station (EW27) แล้วต่อรถบัส SBS สาย 193

แม่น้ำสิงคโปร์ (Singapore River)
แม่น้ำสิงคโปร์เป็นเสมือนเส้นเลือดหลักของคนสิงคโปร์ ที่ซึ่งบรรพบุรุษผู้อพยพหนีมาจากชีวิตที่ลำบาก และได้เห็นสิงคโปร์เปลี่ยนจากหมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ ที่ไม่มีใครสนใจ กลายเป็นท่าเรือที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ คุณสามารถดื่มด่ำกับบรรยากาศที่เงียบสงบริมแม่น้ำที่ Merlion Park ซึ่งตั้งอยู่ปากแม่น้ำ หรือที่ Landing Site ของท่านแรฟเฟิล ซึ่งอยู่หลังทำเนียบรัฐบาล หรือจะลองไปเยี่ยมชมมัสยิดที่เก่าแก่ที่สุดของเกาะ คือมัสยิด Omar Kampong Melaka หรือวัดเต๋า Tan Si Chong Su ที่น่าสนใจไม่น้อย เมื่ออากาศเริ่มเย็นสบายขึ้นในตอนเย็น ก็จะได้เพลิดเพลินกับเบียร์เย็นๆ หรืออาหารมากมายที่บริเวณ Boat Quay – โบท คี (อยู่ช่วงต้นของแม่น้ำ) หรือที่ Clarke Quay (คล๊าก คี) ซึ่งอยู่ถัดมาเล็กน้อย และเพลินกับการเดินชมร้านค้ามากมายที่ตั้งอยู่ตามโกดังเก่าที่ได้รับการบูรณะซ่อมแซม หรือตามแผงข้างถนนเลียบแม่น้ำในบริเวณ Clarke Quay
ในบริเวณนี้ เป็นที่ตั้งของ รูปปั้น เซอร์ สแตมฟอร์ด ราฟเฟิล ผู้ที่ค้นพบ สิงคโปร์ เป็นคนแรก โดยชาว สิงคโปร์ ได้สร้างอนุสาวรีย์ขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึก โดยอนุสาวรีย์จะตั้งอยู่หน้าโรงละคร Victoria ขณะที่รูปปั้น ซึ่งทำมาจากทองสัมฤทธิ์ จะยืนหันหน้าไปทาง ด้านเหนือของ Boat Quay ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นจุดที่เซอร์ สแตมฟอร์ด ราฟเฟิล ได้ขึ้นมาบนฝั่งของเกาะ สิงคโปร์ นี้เป็นครั้งแรก
เวลาที่เหมาะสมกับการท่องเที่ยว : สำหรับการชมทัศนียภาพริมแม่น้ำควรจะไปตอนเช้า และในตอนเย็นจะเป็นเวลาของอาหารมื้ออร่อย หรือแวะที่ Boat Quey และ Clarke Quey

ศูนย์วิทยาศาสตร์แห่งสิงคโปร์ (Singapore Science Centre)
สถานที่ที่มีการวางรูปแบบแห่งนี้ไม่ใช่เป็นที่สำหรับผู้ที่สนใจในวิทยาศาสตร์เท่านั้น แต่เป็นที่สำหรับทุกคน ด้วยโรงหนังที่ใช้เทคโนโลยีก้าวหน้าสูงสุดแห่งหนึ่งของโลก Omniplanetarium จึงสามารถฉายหนัง Omnimax และ Planetarium ได้ หนัง Omnimax ที่น่าตื่นเต้นนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องราวหลายรูปแบบ ตั้งแต่ภูมิศาสตร์ อุตุนิยมวิทยาไปจนถึงเรื่องอากาศยาน ดาราศาสตร์ และการผจญภัยเสมือนจริงด้วยเครื่องจำลองสภาพแวดล้อม
เวลาเปิด : 10:00-18:00น. (วันอังคารถึงอาทิตย์ และวันหยุดราชการ)
ค่าเข้าชม : SGD 3.00 (ผู้ใหญ่) และ SGD 1.50 (เด็ก)
การเดินทาง : นั่งรถไฟใต้ดิน MRT ลงที่สถานี Jurong East (EW24/NS1) จากนั้นนั่งรถบัส SBS สาย 335 หรือ 66.

เกาะต่างๆ ของสิงคโปร์

Palua Ubin
สามารถเดินเที่ยวที่เกาะ Ubin ซึ่งได้ชื่อว่าเป็น “เขตแดนป่า” แห่งสุดท้ายของสิงคโปร์ ชื่อนี้ได้มาจากคำว่า Zubin ซึ่งหมายถึงหินแกรนิต ภาพของเหมืองหินแกรนิต ฟาร์มเลี้ยงกุ้ง หมู่บ้านและแปลงผักอันอุดมสมบูรณ์ ทำให้เกาะนี้ยิ่งดูเป็นธรรมชาติที่เรียบง่าย ซึ่งแตกต่างจากความทันสมัยในเมืองโดยสิ้นเชิง สามารถเช่าจักรยานขี่เที่ยวรอบเกาะ ดูนก รับประทานอาหารทะเลที่ร้านอาหารในหมู่บ้าน หรือเพียงแค่นั่งปล่อยอารมณ์จิบกาแฟหอมกรุ่นสักถ้วยที่ร้านกาแฟในละแวกรอบข้าง
เวลาที่เหมาะสมกับการท่องเที่ยว : ตั้งแต่ 9:00-18:00น. เรือที่จะไปยังเกาะ Palua Ubin จะออกจากท่า Changi Jetty ตลอดทั้งวัน
การเดินทาง : ขึ้นรถไฟใต้ดิน MRT ลงที่สถานี Tanah Merah Station (EW4) จากนั้นนั่งรถบัส SBS สาย 2 หรือ 29 ไปลงที่สถานีรถประจำทางร่วม Changi Village bus interchange และนั่งเรือจาก Changi Point Jetty ประมาณ 10 นาที ราคาค่าเรือ SGD 2 ให้บริการตั้งแต่ 6:00 – 11:00น.

Sentosa Island
เกาะเซนโตซ่าเป็นเกาะที่มีบรรยากาศตรงกันข้ามกับในตัวเมืองสิงคโปร์อย่างสิ้นเชิง เหมาะสำหรับทุกคน ตั้งแต่ครอบครัวไปจนถึงคู่ฮันนีมูน และสำหรับผู้รอบรู้ในด้านประวัติศาสตร์ไปจนถึงผู้ที่รักธรรมชาติ
ในบรรดาเกาะที่รายล้อมอยู่ใกล้ๆ กับ ประเทศ สิงคโปร์ เกาะเซ็นโตซ่า ถือได้ว่าเป็นเกาะที่มีชื่อเสียงมากที่สุด ซึ่งในปัจจุบันเกาะแห่งนี้ได้รับการพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวชั้นนำของ สิงคโปร์ ที่ใครต่อใครต้องแวะไปเมื่อไปเยือน สิงคโปร์ การเดินทางไปยังเกาะแห่งนี้สะดวกสบายมาก โดยสามารถเดินทางไปได้ทั้งทางอากาศ ทางทะเล และทางบก แต่วิธีที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คือ การโดยสารเคเบิ้ล คาร์ (Cable Car) ที่ตั้งอยู่บริเวณ Mount Faber บนเกาะแห่งนี้ มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมายหลายแห่ง แต่ที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยว ก็คือบริเวณ Asian Village ซึ่งภายในหมู่บ้าน เอเชียน แห่งนี้ จะประกอบด้วยหมู่บ้าน 3 แบบ ตั้งห่างจากกันอยู่บริเวณชายหาด โดยมีรูปแบบด้านสถาปัตยกรรมที่มาจากแหล่งต่างๆ ในแถบเอเชีย มีของฝาก จากประเทศต่างๆ มากมาย นอกจากนี้ ยังมีการแสดงข้างถนนอีกด้วย
เพลิดเพลินไปพร้อมกับการเลือกรับประทานอาหารหลายเชื้อชาติ ทั้ง อาหารพื้นเมือง อาหารจีน และอาหารมาเลย์ นอกจากนี้ ยังมี โลกใต้น้ำ พิพิธภัณฑ์ทางทะเลที่ดีที่สุดของเอเชีย และเป็นแหล่งท่องเที่ยว ที่โดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งของ สิงคโปร์ ขณะที่พิพิธภัณฑ์อาณาจักรแมลง จะจัดแสดงแมลงต่างๆ มากมายหลายพันธุ์ ทั้งชนิดที่หายากและที่พบได้ทั่วไป นอกจากนี้ ยังมีพิพิธภัณฑ์หินหายาก หรือ Rare Stone พิพิธภัณฑ์ Maritime ที่แสดงเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของ ท่าเรือ สิงคโปร์ พร้อมหุ่นจำลองรูปเรือใบและเรือกลไฟ เป็นต้น
มีกิจกรรมต่างๆ ให้เลือกทำหลายอย่าง ที่พลาดไม่ได้คือ Images of Singapore ซึ่งเป็นการแสดงภาพชีวิตของสิงคโปร์ในยุคเริ่มแรก ภาพการยอมแพ้ของญี่ปุ่นในช่วงใกล้สิ้นสงครามโลกครั้งที่สอง และภาพเทศกาลรื่นเริง และประเพณีพื้นเมือง

Underwater World นับเป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย จะพบกับปลาฉลาม ปลากระเบนยักษ์ ปลาไกลมอเรย์ และสัตว์น้ำอื่นๆ ได้อย่างใกล้ชิด หรือจะเป็น Fort Siloso ซึ่งเรื่องราวในประวัติศาสตร์จะถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้ง ในที่นี้จะมีการจัดแสดงหลุมหลบภัยปืนใหญ่ และทางเดินใต้ดินที่เคยใช้จริงสำหรับป้องกันการรุกรานเมื่อครั้งสงครามโลกครั้งที่สอง

หากต้องการชมทิวทัศน์ของเส้นขอบฟ้าในสิงคโปร์และเกาะข้างเคียง ควรไปที่ Merlion Tower และต้องไม่ลืมไปชม Musical Fountain ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจในยามกลางคืน โดยมีการแสดงแสงสีตระการตา และน้ำพุเริงระบำไปกับเพลงยอดนิยม ถ้ามีเวลาพอ ชมธรรมชาติหรือพบกับความสนุกที่ Fantasy Island สวนน้ำที่มีสไลเดอร์กว่า 30 ชิ้น หรือจะพักผ่อนโดยการทอดสายตาชมความงามของอ่าวที่ Central Beach อาจชมพระอาทิตย์ตกที่ Sunset Bay ก็ได้
เวลาเปิด : สถานที่ท่องเที่ยวบนเกาะส่วนมากเปิดเวลา 9:00น.และ ปิดช่วงเวลา 19:00-22:00น.
ค่าเช้าชม : ค่าแรกเข้า SGD 5.00 (ผู้ใหญ่) และ SGD 3.00 (เด็ก) ก่อนเวลา 18:30น. หลังจากนั้นราคา SGD 3.00 (ผู้ใหญ่)และ SGD 1.80 (เด็ก) และเก็บค่าเข้าชมตามแต่ละสถานที่ต่างหาก
การเดินทาง :
– โดย Cable Car เปิดบริการตั้งแต่ 8:30 – 21:00น. ทุกวัน แบบกระเช้าธรรมดาราคา SGD 8.50 (ผู้ใหญ่) SGD 3.90 (เด็ก) แบบกระเช้ากระจกโดยรอบ ราคา SGD 15 (ผู้ใหญ่) SGD 8 (เด็ก) ราคาไม่รวมค่าเข้าเกาะ Sentosa
– โดยรถโดยสารประจำทาง (Sentosa Bus Services) : ราคาไปกลับต่อหัว SGD 3 ราคารวมค่าเข้า Sentosa ขึ้นรถได้ที่สถานีรถประจำทาง World Trade Centre bus terminal หรือที่สถานีรถไฟ MRT Tiong Bahru (EW17) หรือ ถนน Orchard Road

แพคเกจทัวร์สิงคโปร์

ข้อมูลท่องเที่ยวสิงคโปร์

ที่มา: Thaifly.com

Be the first to start a conversation

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

%d bloggers like this: